CIGARETTE SMOKE ODOR REMOVAL SERVICE
บริการอบโอโซน กำจัดกลิ่นบุหรี่
สำหรับคอนโด บ้าน และพื้นที่ปิดทุกประเภท ด้วยคุณสมบัติในการ Oxidation ของก๊าซโอโซน (O₃)
CIGARETTE ODOR IN CLOSED SPACES
ทำความสะอาดแล้ว แต่ทำไมกลิ่นบุหรี่ยังคงอยู่หรือกลับมา?
ในหลายพื้นที่ แม้ผ่านการเช็ดถูพื้นผิว ซักโซฟา ผ้าม่าน ล้างแอร์ หรือทำความสะอาดเชิงลึก (Deep Cleaning) แล้ว แต่ก็ยังมีกลิ่นบุหรี่ตกค้าง
กลิ่นบุหรี่ภายในพื้นที่ปิดมักไม่ได้อยู่แค่ในอากาศ
แต่อาจสะสมตามพื้นผิว วัสดุ และจุดต่าง ๆ ภายในพื้นที่ โดยเฉพาะห้องที่ปิดไว้ อากาศไม่ค่อยหมุนเวียน ขาดการระบายอากาศ หรือมีความผันผวนของอุณหภูมิและความชื้น ซึ่งปัจจัยเหล่านี้สามารถกระตุ้นให้กลิ่นบุหรี่ที่ตกค้างกลับคืนสู่บรรยากาศได้อีกครั้ง แม้จะผ่านการทำความสะอาดแล้วก็ตาม
HOW OZONE WORKS
เจาะลึกโอโซนทำปฏิกิริยากับกลิ่นบุหรี่ได้อย่างไร
หลักการทางวิทยาศาสตร์ O₃ | Oxygen 3 Atoms | Ozone Gas
โอโซน (O₃) เป็นก๊าซที่ไม่เสถียร ประกอบด้วยออกซิเจน 3 อะตอม โดยกลไกการจัดการกลิ่นในระดับโมเลกุลเกิดขึ้นผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่เรียกว่า “ปฏิกิริยาออกซิเดชัน” (Oxidation) ซึ่งสามารถสลายหรือเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเคมีของโมเลกุลที่เป็นต้นเหตุของกลิ่นบุหรี่ได้หลายรูปแบบ อาทิ นิโคติน ทาร์ และสารประกอบต่าง ๆ จากควันบุหรี่ที่สะสมอยู่บนพื้นผิวและวัสดุภายในพื้นที่ หรือที่เรียกว่า Thirdhand Smoke รวมถึงดูแลเรื่องสุขอนามัย เชื้อโรค เชื้อรา แบคทีเรีย หรือจุลินทรีย์บางชนิดที่สะสมอยู่ภายในพื้นที่หรือบนพื้นผิว (ภายใต้ระดับความเข้มข้น ระยะเวลา และสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม)
ออกซิเจน (O₂) สู่หลักการออกซิเดชัน (O₃)
Ozone Reset Bangkok ใช้เครื่องผลิตโอโซนสำหรับงานบริการโดยเฉพาะ ทำงานตามหลักการ 3 ขั้นตอน:
ดึงออกซิเจน
เครื่องดึงก๊าซออกซิเจน (O₂) จากอากาศรอบข้างในพื้นที่เข้าสู่ระบบผลิตโอโซน
สร้างประจุไฟฟ้า
ด้วยการปล่อยกระแสไฟฟ้าแบบ Corona Discharge เพื่อแยกโมเลกุลและเปลี่ยนก๊าซออกซิเจน (O₂) บางส่วนให้กลายเป็นก๊าซโอโซน (O₃)
กระจายตัว
เครื่องปล่อยก๊าซโอโซน (O₃) ให้กระจายตัวไปทั่วพื้นที่ปิด เพื่อทำปฏิกิริยากับกลิ่นไม่พึงประสงค์และดูแลเรื่องสุขอนามัย
เมื่อทำปฏิกิริยาเสร็จสมบูรณ์ โอโซนจะสลายตัวกลับไปเป็นก๊าซออกซิเจน (O₂) ตามธรรมชาติ โดยไม่ทิ้งสารเคมีตกค้างในพื้นที่
ทำปฏิกิริยากับกลิ่น
ดูแลเรื่องสุขอนามัย
กระบวนการแบบแห้ง
ไม่เพิ่มความชื้นหรือทิ้งความเปียกชื้นภายในพื้นที่
ไม่ใช้น้ำหอมกลบกลิ่น
ใช้คุณสมบัติของโอโซนในการจัดการกลิ่น
ไม่ทิ้งน้ำยาตกค้าง
ไม่เกิดคราบน้ำยาบนพื้นผิวจากกระบวนการอบโอโซน
สลายกลับเป็นออกซิเจน
หลังจบกระบวนการโอโซน O₃ สลายกลับเป็นออกซิเจน O₂ ตามธรรมชาติ
ควบคุมโดยทีมช่าง
ดูแลตั้งแต่การเตรียมพื้นที่จนถึงระบายอากาศ
เข้าใช้หลังระบายอากาศ
เข้าใช้พื้นที่ตามระยะเวลาที่ทีมช่างแนะนำ
WHY CIGARETTE ODOR IS DIFFICULT
สาเหตุ: ทำไมกลิ่นบุหรี่ในบางเคสจึงจัดการได้ยากกว่าที่คิด
เพราะโครงสร้างของกลิ่นบุหรี่มักมีองค์ประกอบที่หลากหลาย สามารถฝังในวัสดุ และหมุนเวียนไปกับอากาศภายในพื้นที่
ควันบุหรี่มีองค์ประกอบซับซ้อนและยึดเกาะกับพื้นผิวได้ลึก (Thirdhand Smoke)
กลิ่นบุหรี่ไม่ได้เกิดจากควันที่ลอยอยู่ในอากาศเพียงอย่างเดียว แต่ควันบุหรี่ยังสามารถทิ้งสารตกค้าง เช่น นิโคติน ทาร์ และสารประกอบเคมีอื่น ๆ ไว้ตามผนัง ฝ้าเพดาน วอลเปเปอร์ และวัสดุภายในพื้นที่ อาทิ โซฟา ผ้าม่าน ฯลฯ โดยสารตกค้างที่สะสมอยู่บนพื้นผิวและฝุ่นภายในพื้นที่ในลักษณะนี้เรียกว่า Thirdhand Smoke ซึ่งสามารถคงอยู่ได้เป็นระยะเวลานาน แม้จะไม่มีการสูบบุหรี่ในพื้นที่แล้วก็ตาม
วัสดุสามารถดูดซับและคายกลิ่นย้อนกลับ
วัสดุที่มีรูพรุนหรือมีโครงสร้างเป็นเส้นใย เช่น พรม โซฟาผ้า ฟูก ที่นอน ผ้าม่าน ไม้ และวอลเปเปอร์ สามารถดูดซับโมเลกุลกลิ่นของสารประกอบจากควันบุหรี่เข้าไปสะสมภายในเนื้อวัสดุได้
เมื่ออุณหภูมิ ความชื้นสัมพัทธ์ หรือการไหลเวียนของอากาศภายในห้องเปลี่ยนแปลง เช่น ระหว่างการเปิด–ปิดเครื่องปรับอากาศหรือเมื่อสภาพอากาศเปลี่ยน สารระเหยบางส่วนอาจถูกปล่อยกลับเข้าสู่อากาศอีกครั้ง กระบวนการนี้เรียกว่า Desorption
จึงอาจเกิดกรณีที่กลิ่นบุหรี่เบาบางลงหลังเปิดหน้าต่างระบายอากาศ แต่กลับมาชัดเจนอีกครั้งเมื่อปิดห้อง โดยเฉพาะเมื่อแหล่งกำเนิดหรือวัสดุที่สะสมกลิ่นยังไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม
ระบบปรับอากาศอาจหมุนเวียนกลิ่นกลับเข้าสู่พื้นที่
เครื่องปรับอากาศทำหน้าที่ดึงอากาศภายในห้องกลับมาหมุนเวียน ทำให้ฝุ่น ละออง และสารตกค้างจากควันบุหรี่บางส่วนอาจเข้าไปสะสมตามแผ่นกรอง คอยล์เย็น ถาดรองน้ำทิ้ง ช่องลม หรือระบบท่อ
บริเวณที่มีความชื้นและคราบสะสมยังอาจเอื้อต่อการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์หรือการเกิดคราบชีวภาพบางประเภท เมื่อเปิดใช้งานเครื่องปรับอากาศ กลิ่นบุหรี่ที่สะสมอยู่ภายในระบบจึงอาจถูกพัดกลับเข้ามาและกระจายไปทั่วห้อง
ด้วยเหตุนี้ แม้จะทำความสะอาดบริเวณที่คาดว่าเป็นต้นตอแล้ว กลิ่นอาจยังคงหลงเหลืออยู่ได้ หากมีแหล่งสะสมเพิ่มเติมอยู่ภายในระบบปรับอากาศ
กลิ่นบุหรี่อาจสะสมอยู่หลายจุดพร้อมกันภายในพื้นที่เดียว
พื้นที่ที่มีการสูบบุหรี่เป็นประจำและอากาศถ่ายเทไม่สะดวก อาจมีกลิ่นบุหรี่สะสมอยู่พร้อมกันในหลายจุด ทั้งควันที่ลอยค้างอยู่ในอากาศ และสารตกค้าง เช่น นิโคติน ทาร์ และสารประกอบเคมีอื่น ๆ ตามผนัง ฝ้าเพดาน วอลเปเปอร์ และวัสดุภายในพื้นที่ อาทิ โซฟา ผ้าม่าน ฯลฯ หรือระบบปรับอากาศ
เมื่อกลิ่นสะสมอยู่หลายจุดพร้อมกัน การแยกแยะว่าจุดใดยังคงเป็นแหล่งกำเนิดกลิ่นด้วยการดมเพียงอย่างเดียวอาจทำได้ยาก จึงแนะนำให้เปิดประตูและหน้าต่างเพื่อระบายอากาศก่อนประเมินพื้นที่ แล้วสังเกตว่ากลิ่นเบาบางลงมากน้อยเพียงใด และกลับมาชัดเจนอีกครั้งหรือไม่
วิธีนี้ทำให้สามารถแยกกลิ่นบุหรี่ที่ลอยค้างอยู่ในอากาศออกจากกลิ่นที่มีแหล่งสะสมอยู่ภายในวัสดุ ระบบปรับอากาศ หรือโครงสร้างของพื้นที่ได้ชัดเจนขึ้น
การใช้น้ำหอมกลบกลิ่นอาจทำให้แยกต้นเหตุได้ยากขึ้น
สเปรย์ปรับอากาศ น้ำหอมระเหย และผลิตภัณฑ์แต่งกลิ่นบางประเภท อาจทำหน้าที่บดบังการรับรู้กลิ่นบุหรี่ชั่วคราว หรือที่เรียกว่า Odor Masking แต่ไม่ได้หมายความว่าแหล่งกำเนิดหรือสารตกค้างจากควันบุหรี่ที่ทำให้เกิดกลิ่นเดิมถูกกำจัดออกไปแล้ว
นอกจากนี้ ละอองจากผลิตภัณฑ์บางชนิดอาจตกค้างตามพื้นผิว เฟอร์นิเจอร์ และเส้นใยผ้า เมื่อกลิ่นหอมระเหยลดลง กลิ่นบุหรี่เดิมจึงอาจกลับมาปรากฏอีกครั้ง หรือเกิดเป็นกลิ่นผสมที่ทำให้ระบุแหล่งกำเนิดได้ยากกว่าเดิม
ก่อนประเมินปัญหากลิ่น จึงควรงดใช้ผลิตภัณฑ์แต่งกลิ่นชั่วคราว เปิดระบายอากาศ และตรวจสอบต้นเหตุจริงของกลิ่นบุหรี่ เพื่อให้สามารถวางแนวทางจัดการได้ตรงกับสภาพพื้นที่มากที่สุด
FIX THE SOURCE FIRST
4 จุดที่ควรตรวจสอบก่อนเรียกใช้บริการอบโอโซน
ผนัง ฝ้าเพดาน และวอลเปเปอร์
(Walls, Ceiling & Wallpaper)
หากผนังหรือฝ้าเพดานมีคราบเหลืองหรือคราบยาง (Tar Stains) จากควันบุหรี่สะสมอยู่ ควรทำความสะอาดหรือเช็ดคราบดังกล่าวออกก่อน เนื่องจากคราบที่สะสมเป็นเวลานานอาจเป็นแหล่งกักเก็บกลิ่นบุหรี่ที่ทำให้กลิ่นย้อนกลับมาได้ หากคราบฝังลึกจนทำความสะอาดไม่ออก อาจพิจารณาทาสีทับหรือเปลี่ยนวอลเปเปอร์ใหม่
ระบบเครื่องปรับอากาศ
(Air Conditioning System)
หากพื้นที่มีการสูบบุหรี่เป็นประจำ ควรตรวจสอบและทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศ คอยล์เย็น ถาดรองน้ำทิ้ง และท่อลม เนื่องจากเป็นจุดที่สารตกค้างจากควันบุหรี่สะสมได้ง่าย และอาจถูกพัดกระจายกลับเข้าสู่พื้นที่เมื่อเปิดเครื่องปรับอากาศ
คราบหรือของเหลวซึมเข้าเนื้อวัสดุ
(Deep Stains & Porous Materials)
หากมีคราบยางเหนียวจากควันบุหรี่ (Tar) ซึมลงในวัสดุที่มีรูพรุน เช่น โซฟา ที่นอน พรม หรือผ้าม่าน ควรทำความสะอาดหรือซักวัสดุดังกล่าวเพื่อจัดการต้นเหตุโดยตรงก่อนดำเนินการอบโอโซน
การระบายอากาศของพื้นที่
(Ventilation)
หากพื้นที่ปิดสนิทและมีการสูบบุหรี่สะสมมาเป็นเวลานาน ควรเปิดประตูหน้าต่างเพื่อระบายอากาศก่อนประเมินพื้นที่ เพื่อให้ควันบุหรี่ที่ลอยค้างอยู่ในอากาศจางลง และช่วยให้ประเมินกลิ่นที่ฝังอยู่ในวัสดุได้แม่นยำขึ้น
การอบโอโซนเป็นการจัดการกลิ่นตกค้างภายในพื้นที่ปิด ไม่สามารถทดแทนการซ่อมแซม การทำความสะอาด การเปิดระบายอากาศ หรือการแก้ไขต้นเหตุทางกายภาพที่ก่อให้เกิดกลิ่นได้
การจัดการต้นตอของกลิ่นควบคู่กับการอบโอโซนถือเป็นโซลูชันที่ช่วยตอบโจทย์การดูแลพื้นที่ได้อย่างเหมาะสมและตรงจุด
ONE TREATMENT OR MORE?
อบโอโซนครั้งเดียว
จัดการกลิ่นบุหรี่ได้แค่ไหน?
จากสถิติการให้บริการของ Ozone Reset Bangkok กลิ่นบุหรี่ส่วนใหญ่สามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนหลังการอบโอโซน โดยเฉพาะในเคสที่พื้นที่ผ่านการระบายอากาศมาสักระยะหนึ่งแล้ว และกลิ่นอยู่ในระดับเบา แต่ผลลัพธ์เรื่องกลิ่นของแต่ละพื้นที่อาจแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและลักษณะปัญหาของแต่ละหน้างาน ลูกค้าหลายเคสอบโอโซนเพียง 1 ครั้ง กลิ่นหาย/กลิ่นลดลงชัดเจน (แต่บางเคสที่มีกลิ่นบุหรี่สะสมเป็นเวลานาน กลิ่นฝังอยู่ในวัสดุ กลิ่นเข้มข้นสูง หรือยังมีต้นตอของปัญหากลิ่น : อาจต้องอบโอโซนซ้ำ)
กลิ่นบุหรี่เป็นหนึ่งในกลิ่นที่จัดการได้ยาก เพราะควันบุหรี่ไม่ได้คงอยู่เฉพาะในอากาศ แต่สามารถทิ้งสารตกค้างและองค์ประกอบของกลิ่นไว้ตามพื้นผิวและวัสดุต่าง ๆ ภายในพื้นที่
ตัวเลขดังกล่าวเป็นสถิติการให้บริการของ Ozone Reset Bangkok ใช้เพื่ออธิบายลักษณะเคสที่พบจริง ไม่ใช่การรับประกันผลลัพธ์ของทุกพื้นที่
ช่างดูแลหน้างานให้บริการโดยไม่ลดขั้นตอนการทำงาน
หากเป็นเคสที่มีโอกาสต้องอบโอโซนซ้ำ ช่างจะแนะนำตามสภาพความเป็นจริง พร้อมแจ้งแนวทางเสริมที่จำเป็น เช่น การเปิดระบายอากาศเพิ่มเติม การตรวจสอบระบบปรับอากาศ หรือการจัดการกับวัสดุที่เป็นต้นเหตุของกลิ่น เพื่อให้การแก้ไขปัญหาสอดคล้องกับสภาพหน้างานและตรงจุดมากที่สุด
SERVICE BY OZONE RESET BANGKOK
ทำไมการอบโอโซนควรดูแลโดย ทีมงานที่มีประสบการณ์
Ozone Reset Bangkok พร้อมดูแลตั้งแต่การประเมินพื้นที่ ควบคุมหน้างาน พักพื้นที่ จนถึงการระบายอากาศก่อนส่งมอบ
โอโซน (O₃) เป็นก๊าซที่มีคุณสมบัติออกซิไดซ์สูง จึงต้องใช้งานอย่างถูกวิธีและควบคุมระยะเวลาให้เหมาะสม เพราะความเข้มข้นที่สูงเกินไปอาจส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจได้
“โอโซนจึงไม่ใช่อากาศบริสุทธิ์ที่ควรสูดดมโดยตรงระหว่างกระบวนการอบโอโซน”
Thai ambient air standard
0.10 ppm / 1 ชั่วโมง
ค่ามาตรฐานโอโซนในอากาศทั่วไปแบบเฉลี่ย 1 ชั่วโมง ตามข้อมูลมาตรฐานคุณภาพอากาศของประเทศไทย
ดูข้อมูลกรมควบคุมมลพิษFDA device requirement
0.05 ppm
ข้อกำหนดของสหรัฐฯ สำหรับการปล่อยโอโซนจากอุปกรณ์บางประเภท ไม่ใช่เกณฑ์การเข้าใช้งานพื้นที่หลังอบโอโซนโดยตรง
ดูข้อกำหนด 21 CFR 801.415เหตุผลที่กระบวนการอบโอโซนควรมีการจัดการหน้างาน อย่างเป็นขั้นตอน
ประเมินพื้นที่
ตรวจขนาดห้อง ลักษณะปัญหากลิ่น วัสดุภายใน และระบบหมุนเวียนอากาศ
ควบคุมพื้นที่
ดูแลไม่ให้มีคน สัตว์เลี้ยง พืช ต้นไม้ หรือสิ่งมีชีวิต อยู่ภายในพื้นที่ระหว่างเดินเครื่อง
พักและระบายอากาศ
ดูแลช่วงพักพื้นที่ และระบายอากาศตามขั้นตอนก่อนกลับเข้าใช้งาน
OUR WORK
ผลงานบางส่วนและพื้นที่ให้บริการอบโอโซนในกรุงเทพฯ
Ozone Reset Bangkok ให้บริการในพื้นที่หลักกรุงเทพฯ โซน อ่อนนุช สุขุมวิท บางนา พัฒนาการ ศรีนครินทร์ พระโขนง เอกมัย ทองหล่อ อโศก พร้อมพงษ์ อุดมสุข–ปุณณวิถี พระราม 9 รัชดา ห้วยขวาง ลาดพร้าว–รัชโยธิน สาทร–สีลม พื้นที่นอกเขตหลักสามารถส่งโลเคชันให้ทีมงานตรวจสอบคิวและค่าเดินทางก่อนยืนยันจอง